การแพทย์สมัยใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ ความเข้าใจระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนายาและการรักษาโรค ล่าสุด University of Cambridge และ GSK ได้ประกาศความร่วมมือทางวิจัยครั้งใหม่ เพื่อยกระดับความรู้ด้านชีววิทยาของมนุษย์ในระดับที่ลึกและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาโรคที่ตรงเป้าหมายกว่าเดิม
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ มูลค่าการลงทุนเกือบ 10 ล้านปอนด์
ภายใต้โครงการใหม่นี้ GSK ได้ลงทุนเกือบ 10 ล้านปอนด์ เพื่อผสานความเชี่ยวชาญด้าน จีโนมิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีเซลล์เดี่ยว (Single-cell) และ การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เข้าด้วยกัน ความร่วมมือดังกล่าวนำโดยทีมนักวิจัยระดับโลกจาก Teichmann Lab แห่งสถาบันสเต็มเซลล์เคมบริดจ์ ทำงานร่วมกับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของ GSK ในระดับอุตสาหกรรมยา
ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ Cambridge–GSK เดิม
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดจากโครงการ Cambridge–GSK Translational Immunology Collaboration (CG-TIC) มูลค่า 50 ล้านปอนด์ ซึ่งมุ่งเน้นการแปลผลงานวิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยาสู่การใช้งานจริงในทางคลินิก การต่อยอดดังกล่าวช่วยเร่งการค้นพบตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) และแนวทางรักษาใหม่ ๆ สำหรับโรคที่ยังขาดทางเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
ผู้บุกเบิกจีโนมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยว
หนึ่งในกำลังสำคัญของโครงการนี้คือ Sarah Teichmann นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านจีโนมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพของเนื้อเยื่อมนุษย์ เธอเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Human Cell Atlas เมื่อปี 2016 โครงการระดับโลกที่มีเป้าหมายจัดทำแผนที่เซลล์ทั้งหมดในร่างกายมนุษย์ เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญของการแพทย์ยุคใหม่
ผสานจีโนมิกส์ การถ่ายภาพ และวิทยาศาสตร์ข้อมูล
ศาสตราจารย์ Bertie Gottgens ผู้อำนวยการสถาบันสเต็มเซลล์เคมบริดจ์ ชี้ว่า ความร่วมมือกับ GSK จะช่วยขยายขอบเขตการประยุกต์ใช้ จีโนมิกส์ การถ่ายภาพเชิงพื้นที่ และวิทยาศาสตร์ข้อมูล เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการพัฒนาโรคตั้งแต่ระดับเซลล์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)
เป้าหมายสูงสุด: ผู้ป่วยได้ประโยชน์จริง
ด้าน GSK เดวิด มิคาโลวิช รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์การแปลผล ระบุว่า การผสานเทคโนโลยีเซลล์เดี่ยวและการวิเคราะห์ข้อมูลหลายมิติ จะช่วยเร่งกระบวนการพัฒนายา เพิ่มโอกาสในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ความต้องการทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และสุดท้ายคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั่วโลก
บทสรุป
ความร่วมมือระหว่างเคมบริดจ์และ GSK ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของวงการแพทย์และชีววิทยาสมัยใหม่ ที่ผสาน งานวิจัยเชิงลึก เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการแปลผลสู่การรักษาจริง หากโครงการประสบความสำเร็จ อาจเป็นอีกก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมการรักษาโรคในอนาคต และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการแพทย์ระดับโลก

